
วิธีแก้เมารถ นั่งรถตู้ยังไงไม่ให้เมา 9 วิธีที่ได้ผลจริง
อาการเมารถแก้ได้ผลที่สุดตอนที่ยังไม่เริ่ม เพราะเมื่อคลื่นไส้มาแล้วทางเลือกจะเหลือน้อยลงมาก บทความนี้รวมสิ่งที่ทำได้ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน การเลือกที่นั่ง การใช้สายตา ไปจนถึงสิ่งที่คนขับช่วยได้ และวิธีรับมือเฉพาะหน้าเมื่อมีคนในรถเริ่มไม่ไหวกลางทาง
ทำไมคนเราถึงเมารถ
อาการนี้เกิดจากสัญญาณที่สมองได้รับไม่ตรงกัน หูชั้นในรับรู้ว่าร่างกายกำลังเคลื่อนที่และเหวี่ยงไปตามโค้ง แต่สายตาที่จ้องหน้าจอหรือหนังสือกลับรายงานว่าทุกอย่างนิ่ง ความขัดแย้งนี้ทำให้ระบบประสาทตีความว่าผิดปกติ แล้วตอบสนองออกมาเป็นคลื่นไส้ วิงเวียน เหงื่อออก และหน้าซีด
เมื่อเข้าใจกลไกนี้แล้ว วิธีแก้แทบทั้งหมดจะเดินไปทางเดียวกันคือทำให้สายตากับร่างกายรับรู้ตรงกัน ลดแรงเหวี่ยงที่ร่างกายต้องรับ และไม่ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักเกินไปในเวลาเดียวกัน
เมารถตู้แก้ยังไง 9 วิธีที่ทำได้จริง
ตารางด้านล่างเรียงจากสิ่งที่ทำได้ก่อนออกเดินทางไปจนถึงสิ่งที่ทำระหว่างทาง แต่ละข้อทำเดี่ยว ๆ ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่คนที่เมาง่ายมักต้องใช้หลายข้อร่วมกัน โดยเฉพาะข้อที่เกี่ยวกับที่นั่งและการใช้สายตาซึ่งให้ผลชัดที่สุด
| วิธี | ทำอย่างไร |
|---|---|
| เลือกที่นั่งให้ดี | นั่งเบาะหน้าหรือกลางรถ หันหน้าไปทางเดินรถ จุดที่โคลงน้อยที่สุด |
| มองไกลไปข้างหน้า | จ้องเส้นขอบฟ้าหรือถนนไกล ๆ อย่าก้มเล่นมือถือหรืออ่านหนังสือ |
| กินยาแก้เมารถล่วงหน้า | กินก่อนออกเดินทางราว 30 นาที ตามฉลาก (ระวังอาการง่วง) |
| จิบน้ำขิงหรืออมมินต์ | ขิงและเปเปอร์มินต์ช่วยลดคลื่นไส้ ลูกอมรสเปรี้ยวก็ช่วยได้ |
| คุมอาหารก่อนเดินทาง | กินอ่อน ๆ พอประมาณ อย่าท้องว่างหรืออิ่มจัด งดของมันจัด |
| ให้อากาศถ่ายเท | เปิดแอร์หรือแง้มหน้าต่าง หันช่องแอร์เข้าหาหน้า |
| พักเป็นระยะ | จอดพักลงเดินทุก 1.5–2 ชั่วโมง สูดอากาศ ยืดเส้น |
| หลับตาพักหรือนอน | ถ้าเริ่มเวียน หลับตาเอนพักช่วยให้สมองไม่รับสัญญาณขัดแย้ง |
| กดจุดหรือใช้สายรัดข้อมือ | สายรัดข้อมือกดจุด (P6) ช่วยบรรเทาได้ในบางคน |
นั่งตรงไหนในรถตู้เมาน้อยที่สุด
จุดที่โคลงน้อยที่สุดคือบริเวณกลางลำตัวรถระหว่างเพลาหน้ากับเพลาหลัง เพราะอยู่ใกล้จุดหมุนของรถมากที่สุด แถวหน้าได้เปรียบเพิ่มตรงที่มองเห็นถนนข้างหน้าได้เต็ม ทำให้สายตากับหูชั้นในรับรู้ตรงกัน ส่วนแถวท้ายสุดเหวี่ยงมากที่สุดและมองข้างหน้าได้น้อย
ในทางปฏิบัติ ให้ตกลงกันในคณะตั้งแต่ก่อนขึ้นรถว่าใครเมาง่ายบ้าง แล้วกันที่แถวหน้าไว้ให้คนกลุ่มนั้น การมาสลับที่กันกลางทางตอนที่เริ่มมีอาการแล้วมักช้าเกินไป และการลุกเดินในรถที่กำลังวิ่งก็ไม่ปลอดภัย
ก่อนออกเดินทางไกลต้องเตรียมอะไรบ้าง
การนอนไม่พอเป็นตัวเร่งอาการที่คนมองข้ามมากที่สุด ร่างกายที่อ่อนเพลียจะทนแรงเหวี่ยงได้น้อยลงชัดเจน ควรนอนให้เต็มอิ่มคืนก่อนเดินทาง และกินมื้อเช้าแบบเบา ๆ ไม่มันจัด ไม่ใช่ทั้งอดและทั้งอัดแน่นซึ่งกระตุ้นอาการได้ทั้งคู่
- พกถุงพลาสติกแบบมีซิป ทิชชู่เปียก และน้ำเปล่าไว้ใกล้ตัว อย่าเก็บลงกระเป๋าท้ายรถ
- แต่งตัวหลวมสบาย ไม่รัดเอวหรือคอ เพื่อให้หายใจได้เต็ม
- เตรียมยาประจำตัวแยกไว้ในกระเป๋าใบเล็กที่หยิบได้ทันที
- ถ้าจะกินยาแก้เมารถ ให้กินตั้งแต่อยู่ที่บ้าน ไม่ใช่ตอนขึ้นรถแล้ว
เด็กเล็กเมารถ ดูแลยังไง
เด็กมักบอกอาการไม่ทันและจะเริ่มจากงอแง เงียบผิดปกติ หรือหน้าซีดก่อนจะอาเจียน ผู้ใหญ่ที่นั่งข้างควรสังเกตสัญญาณเหล่านี้แทนการรอให้เด็กบอก และย้ายความสนใจของเด็กไปที่นอกหน้าต่างแทนจอ เพราะการดูการ์ตูนในรถเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
ควรเตรียมชุดเปลี่ยนสำรองและถุงสำหรับของเปื้อนไว้ให้พร้อม ถ้าเด็กเริ่มมีอาการให้แจ้งคนขับหาที่จอดที่ปลอดภัยแล้วพาลงเดินสูดอากาศสักครู่ อย่าฝืนวิ่งต่อเพราะอาการจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทบทั้งคัน
สไตล์การขับและสภาพรถมีผลกับอาการเมามากแค่ไหน
มีผลมากกว่าที่หลายคนคิด การเร่งและเบรกเป็นจังหวะกระชาก การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงแล้วเบรกกลางโค้ง และการเปลี่ยนเลนถี่ ล้วนเพิ่มแรงเหวี่ยงที่ผู้โดยสารต้องรับ ส่วนรถที่ช่วงล่างนุ่ม เบาะรองรับดี และระบายอากาศได้ทั่วถึง ช่วยลดปัจจัยกระตุ้นลงอีกชั้น
คนขับที่คุ้นเส้นทางจะรู้ล่วงหน้าว่าช่วงไหนเป็นทางโค้งต่อเนื่องและช่วงไหนควรผ่อนความเร็ว ซึ่งต่างจากการขับตามแผนที่อย่างเดียว ถ้าในคณะมีคนเมาง่าย บอกคนขับตั้งแต่ต้นทางได้เลย เพราะเป็นข้อมูลที่เขาใช้ปรับจังหวะขับได้จริง
ควรจอดพักระหว่างทางบ่อยแค่ไหน
สำหรับคนเมารถ ทริปทางไกลควรมีจุดจอดสั้น ๆ ทุกหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง ซึ่งเป็นจังหวะพักของผู้โดยสาร คนละเรื่องกับตารางกะขับของคนขับที่พักยาวกว่าแต่ห่างกว่า (ดูในภาพด้านล่าง) การลงจากรถไปยืดตัวและสูดอากาศสักห้าถึงสิบนาทีช่วยรีเซ็ตการรับรู้ของร่างกาย และทำให้คนที่เริ่มมึนไม่สะสมอาการต่อเนื่องจนหนัก
ถ้าเส้นทางเป็นทางเขาที่มีโค้งต่อเนื่อง ควรเพิ่มความถี่ของจุดพักขึ้นอีก และเลือกจอดในจุดที่เป็นทางราบแทนการจอดกลางโค้ง ซึ่งทั้งไม่ปลอดภัยและไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นเท่าไหร่
มีคนเมารถกลางทาง ควรทำอะไรก่อน
อย่างแรกคือแจ้งคนขับให้หาที่จอดปลอดภัย อย่าฝืนไปต่อ จากนั้นพาลงจากรถไปยืนในที่อากาศถ่ายเท ให้จิบน้ำทีละน้อยแทนการดื่มรวดเดียว และให้มองไกลออกไปสักพักก่อนขึ้นรถใหม่ เมื่อกลับขึ้นรถให้ย้ายมานั่งแถวหน้าและปรับช่องแอร์เข้าหาหน้า
ถ้าเป็นทริปยาวที่ต้องนั่งต่ออีกหลายชั่วโมง ให้เลือกรถตู้ VIP ที่เบาะกว้างและปรับเอนได้ตั้งแต่ตอนจอง และดูวิธีเลือกขนาดรถกับจำนวนคนที่รถตู้กี่ที่นั่ง เลือกขนาดให้พอดีคณะ ส่วนทริปที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กร่วมเดินทาง การใช้รถตู้พร้อมคนขับทำให้ปรับจังหวะพักได้ตามอาการของคนในรถจริง ๆ แทนการยึดตารางที่วางไว้ล่วงหน้า ดูเส้นทางยาวที่ควรเตรียมตัวเป็นพิเศษได้ที่แพลนเขาใหญ่สองวันหนึ่งคืน
บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
นั่งตรงไหนในรถตู้ไม่เมารถ?
กินยาแก้เมารถตอนไหนดี?
เมารถกลางทางแก้ยังไงเฉพาะหน้า?
พร้อมออกเดินทางกับ JCMVPtour แล้วหรือยัง?
ทัก LINE บอกวันเดินทาง เส้นทาง และจำนวนผู้โดยสาร รับใบเสนอราคาชัดเจนก่อนตัดสินใจ ไม่มีบวกเพิ่มทีหลัง
ทัก LINE จองเลย
เช่ารถตู้พร้อมคนขับ กรุงเทพฯ–ทั่วประเทศ
เที่ยวหัวหิน 2 วัน 1 คืน ทะเล ตลาดน้ำ คาเฟ่ แพลนสบาย ๆ
เที่ยวเขาใหญ่ 2 วัน 1 คืน แพลนครบ ที่พัก คาเฟ่ จุดเช็คอิน